posted on 18 Oct 2007 19:42 by toptapmirumojang
เฮ่อ(-o-)))) ก็อย่างว่าแหละนะ กลิ่นตดยังหายเหม็นได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้คนๆนึงบางทีมันก็ต้องมีหายไปบ้าง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตัวเองนะ แต่หมายถึงฝั่งนู้นต่างหาก บ้าเอ้ยน่าให้พี่คนนี้ต่อยซะให้ยับเลยดีไหมเนี่ย
ทำไมไม่ถามมาตรงเลยว่าป่ะ รู้ๆกันอยู่อ่ะแต่ความจริงก็ไม่อยากให้ถามเท่าไหร่หรอก อย่าถามเลยดีแล้วเอาไว้เดาผิดเดาถูกเอาเองก็แล้วกัน เพราะความลับสำหรับฉันตอนนี้ดีที่สุดแล้ว...................
ไม่อยากรู้ว่าเธอนั้นรักใคร...............เพราะฉันนั้นรักเธอ
ไม่อยากรู้ว่าเธอไม่ชอบใคร............เพราะกลัวว่าจะเป็นฉันที่เธอไม่ถูกใจ
กลัวหลายๆอย่าง งั้นไปแปรงฟันนอนแต่หัววันดีกว่าคนบ้า( รักเธอ )
My Name's ToPTaP
posted on 18 Oct 2007 01:25 by toptapmirumojang in HaveUse
...........วันนี้มีสาระหน่อย คือแบบว่าไปอ่านของริชชี่มาแล้วมีเรื่องนึงที่เป็นประโยชน์กับคนสมองหมอไม่รับเย็บอย่างเรา เลยอยากเอามาให้อ่านกันน๊ะจ๊ะ เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่หลายๆคน.........(^.^)))))))
|
9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์
ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมอง เป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อ ไปนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่ง ผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมี ไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่ม น้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติ และนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่ง ใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่ เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิด ขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไป เรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อน ร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็น โดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้ อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลด ภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มี ครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มี ความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่าง กาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจน เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย ใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเรา ดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
|
โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด
( จาก http://www.superrichy.com/ )
edit @ 18 Oct 2007 01:40:34 by Me
edit @ 18 Oct 2007 01:44:32 by Me
edit @ 18 Oct 2007 01:57:04 by Me
posted on 17 Oct 2007 01:28 by toptapmirumojang in MeMirumojang
WoWๆๆๆๆ
บล็อกเค้าให้คนอื่นอ่านได้ด้วยหรอเนี่ย อายจังเลยมันจะมีคนมาอ่านไม๊เนี่ย จะเขียนอะไรอีกอ่ะ
อ้อเมื่อเร็วๆนี้ แป๊บเดียวมากๆ กำลังใจที่มีก็ถดถอยไปเลย กำลังอ่านหนังสืออยู่ดีๆ ตัวบั่นทอนกำลังใจก็เข้ามาอีกแล้วไม่รู้ว่าเป็นอะไรพักนี้ เหมือนเขียนไดอารี่เลยอ่ะ เห็นบางบล็อกเค้ามีเพลงให้ฟังด้วยอ่ะ ดีจัง
ไม่มีไรจะเขียน งั้นบรรยายถึงภาพรอบๆตัวดีกว่า ตอนนี้อยู่ในห้องนอน พ่อกะแม่กะลังนอนหลับอยู่หันหน้าไปทางเดียวกันด้วยแหละ เดี๋ยวดึกๆก็เบียดเถียงกัน ( เป็นงี้ประจำแหละ ลูกก็นอนไม่หลับ ) แล้วก็มีสาวน้อยหน้าตาเศร้าสร้อยอยู่หน้าคอมฯ ไม่รู้จะทำอะไร นอนก็นอนไม่หลับ ทั้งๆที่หัวจะฟาดลงพื้นอยู่แล้ว เฮอะๆ
ไปนอนดีก่า พรุ่งนี้ก็ต้องอยู่คนเดียว เก็ยแรงไว้ซักผ้าพรุ่งนี้ดีกว่า ไปแล้วนะตัวบั่นทอนกำลังใจ